สวัสดีโฮจิมนห์ เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการเซอร์ไพรส์เลย "เซอร์ไพรส์....ที่นี่ที่ไหนเหรอแก ทำไมไม่เหมือนตอนที่เราขึ้นรถเมื่อวานซีนเลย" คนละที่กันจ้าา นางพาเรามาส่งที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือโฮจิมินห์นี่แหละ เป็นบริษัทของ Phuong Trang แต่คนละสาขากัน โอเค ไม่เป็นไร มีสติรู้ตัว ค่อยๆคิดละกัน เอาเป็นว่าตอนนี้ไปทำธุรส่วนตัวกันก่อน 2 คนผลัดกันไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ไม่อาบน้ำอีกเช่นเคย ไม่อาบน้ำไม่เป็นไรแต่ชุดต้องเปลี่ยน เอาล่ะ เสร็จละ เปิดแผนที่ท่องเที่ยวที่เซฟมาจากรีวิว จุดมุ่งหมายของเราก็คือ ตลาด Ben Tahm เปิด map ดู ไกลจากจุดที่เราอยู่ประมาณ 5 กิโล ไหววว เดินไหววว ไป๊!! เดิน!!
ระหว่างทางที่เราเดินนั้นก็จะได้พบกับบรรยาศรถราวิ่งไปมา เสียงแตรสนั่นหวั่นไหว เสียงแตรที่นี่คนละอารมณ์กับบ้านเราเลย เป็นเสียงแตรให้สัญญาณว่าฉันมาแล้วนะ ฉันมาทางนี้ เธอหลบไป เหมือนเป็นการให้สัญญาณซึ่งกันและกัน เพราะที่นี่จะไม่ได้มีสัญญาณไฟจราจรทุกแยกเหมือนบ้านเรา จะมีเฉพาะแยกชุมชนหรือแยกที่มีคนข้ามถนนเยอะๆ เพราะส่วนใหญ่ที่เจอจะเป็นสัญญาณไฟเพื่อให้คนข้ามถนนเสียมากกว่า การข้ามถนนที่นี่ก็ค่อยข้างแปลกและต้องใช้ความกล้าพอสมควร เพราะถ้ารอให้รถหมดคงไม่ข้ามแน่ๆ อีกอย่างคือ รถจะไม่จอดหรือชะลอให้เราข้ามถนน ใครจะข้ามก็ข้ามไป แต่รถจะหลบเอง
 |
| ถ้าเจอสัญญาณไฟ การข้ามถนนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป |
นอกจากบรรยากาศการสัญจรไปมาของมอเตอร์ไซต์และเรายังสามารถพบเจอบรรยากาศการนั่งจิบชาเบาๆ เม้าท์มอยแบบบอยๆ (เพราะส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่นั่งจิบชา) การจัดโต๊ะส่วนใหญ่จะจัดแบบให้นั่งฝั่งเดียวคือฝั่งหันหน้าหาถนนชมรถวิ่งไปมาดูไปก็แปลกตาดีหรือมันจะเป็นศิลปะก็ได้ นอกจากหมวกเวียดนามก็มีนั่งจิบชาหันหน้าหาถนนนี่แหละที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเวียดนาม
 |
| ขนาดร้านชานมไข่มุกยังใช้แพทเทิร์นเดียวกัน เก็บทุกเม็ดจริงๆ |
ยังคงเดินมาเรื่อยๆด้วยอุณภูมิ 30 กว่าองศา สภาพภูมิอากาศบวกกับการใช้งานเท้าเมื่อวานที่หนักไปทำให้เริ่มรู้สึกเหนื่อยๆ พักได้พัก แต่ในที่สุดเราก็มาถึงแลนด์มาร์กแรกของเรานั่นก็คือ ตลาด Ben Tahn ซึ่งก็ไม่รู้หรอกว่ามันคือตลาดอะไร เข้ามาปุ๊ปก็เจอพวกเสื้อผ้าเต้มมมมม เอาล่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะมาช็อป เดินดูเฉยๆละกันโน๊ะ เดินไปคิดไป นี่เรามาตามหาพาหุรัดเวียดนามหรือเนี่ย เอานาถือซะว่ามาตั้งหลัก กำลังจะออกจากตลาดก็เริ่มเห็นพวกขนมอบแห้ง จนเดินไปเจอโซนอาหาร ร้านแรกที่เจอก็เป็นร้านแหนมเนืองเลย โอเคร้านนี้แหละ มื้อเช้าของเรา
 |
| พาหุรัดเวียดนาม |
 |
| โซนอาหาร แวะร้านแรกใกล้สุด หิวสุด |
 |
| Saigon Central Post Office |
 |
| โบสถ์ที่ว่า ปล.ขออภัยที่ไม่สามารถถ่ายให้ออกมาตระง่ายได้ |
 |
| ที่ทำการไปรษณีย์ที่ว่าแน่ยังแพ้หน้าอิฟ้า |
 |
| เขียนเสร็จแล้วก็ต้องประทับตรา |
ส่งโปสการ์ดเสร็จแล้วก็กำลังจะไปถ่ายรูแหน้าโบสถ์เพราะเห็นคนไปถ่ายกันเยอะ ก่อนจะข้ามนางฟ้าของเราก็ได้เกิดฉงนสนเท่ห์ในการขนมของพ่อค้าคนหนึ่ง ขนมก็เป็นขนมวงธรรมดาๆทั่วๆไปนี่แหละมีถั่วมีงา แต่กิมมิกอยู่ที่การนำถาดขนมมาทูนเอาไว้บนหัว และลักษณะการจัดวางขนมก็เป็นรูปทรงพีระมิด อยากอุดหนุน ซื้อ! ไป๊! โอเคได้มา 3 ลูก ราคา 50,000 VND หรือประมาณ 80 บาท แม่เจ้า แพงดีจัง แต่เราไม่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อขนมแค่ 3 ลูกแน่ๆ เพราะฉะนั้นขอถ่ายรูปจ่ะ เริ่มจากถ่ายรูปกับพ่อค้าก่อน เก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่นางอัพจ้า หรืออาจจะเป็นบริการหลังการขายก็ได้มั้ง เอาถาดมาวางไว้บนหัวอิฟ้าจ้า สนุกแหละงานนี้ ถ่ายรูปไปเห็นเพื่อนทำหน้าหนักมาก นี่ไม่เชื่อ! พระพุทธเจ้าสอนไว้ตามหลักกาลามสูตรว่าด้วยความเชื่อ 10 ประการ เอามั่ง!ถ่ายมั่ง เอามันมาลงไว้บนหัวเลยเพ่ มาเลยยย! เป็นไงล่ะ หนักมากกก พ่อค้าบอกว่าประมาณ 30 กิโล โอเคเชื่อแล้ว แต่ความรู้สึกตอนที่พ่อค้ากำลังวางถาดไว้บนหัวคิดว่าตัวเองเป็นแนท อนิพรณ์ กำลังรับมงต่อจากแอลลี่ เข้าใจถึงภาระอันหนักอึ้งของนางงามก็ตอนนี้แหละ หลังจากนั้นเราจึงเรียกมันว่าขนมมง
 |
| 30 โลเบาๆ |
 |
3 ลูก 80 เบาๆ
|
 |
| ที่ตรงนี้ ยังเจอน้องๆม.ปลายมาทำโปรเจกเกี่ยวกับการรณรงค์ไม่ให้ทิ้งขยะ โดยการผูกริบบิ้นสีเขียวไว้ให้เป็นเตือนใจเวลาจะทิ้งขยะออกจากกระเป๋า น่ารักกกก >< |
 |
| ก็ไม่มีไรนะ ทำไมคนชอบไปถ่ายจัง หรือเราถ่ายไม่เป็นเอง --" |
 |
| ตั้งใจจะถ่ายภาษาเวียดนามตรงฐานนั่นคิดว่าน่าจะเป็นชื่อโบสถ์เอาไว้เผื่อเช็คอินตอนลงรูป แต่เดี๋ยว น้องผู้ชายคนนั้นมาได้มาไงอะ เดี๋ยวก่อน! พักก่อน! ไม่ต้องจิกขนาดน้านนนน |
Next station is หุ่นกระบอกน้ำ นี่ก็ไม่เคยรู้จักหรือมีความอยากดูอะไรหรอก ฟ้าก็เช่นกัน แต่ไหนๆก็มาแล้วถือซะว่ามาดูให้เห็นถึงที่เลยละกัน เพราะดูในรีวิวมาเค้าบอกว่านางชนะเลิศระดับเอเชีย โอเค เดินต่อไปตาม map ไป เดินไปเรื่อยๆเจอสวนสัตว์ขนาดใหญ่ก็เลยตกลงกันว่า ถ้าไม่มีรอบการแสดงก็มาสวนสัตว์ละกัน เดินไปตามทางของ map ทุกอย่าง ไม่ออกนอกลู่นอกทาง จนเลยมาจุดที่เขียนว่า Golden Dragon Theater ไหนล่ะโรงละคร ไหนล่ะหุ่นกระบอกน้ำ ยืนงงอยู่นานจนหันไปเจอ
ซุ้มขายตั๋วก็เลยไปถามเค้าปรากฏว่า เค้าแสดงกันที่พิพิธภัณณ์ประวัติศาสตร์พนักงานขายตั๋ว
บอกให้เดินกลับไป
เดินมาเรื่อยๆตามพนักงานบอกจนมาเจอพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ แต่ตอนนี้ตรงซุ่้มขายตั๋วบอกว่าเปิดบริการอีกทีตอนบ่ายโมงครึ่งตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงอีกชั่วโมงครึ่งมาใหม่ละกันพี่ที่ซุ้มบอกเรา และได้ถามเราว่ามาจากไหน ก็บอกไปไท่แลนนนน พี่เค้าก็เลยบอกว่า โอ้ว ไทยแลนด์ ไอเลิฟฟุตบอลไทยแลนด์ และแอบเห็นพี่เค้ายิ้มแปลกให้ ซึ่งตอนนั้นแอบกลัวนิดนึง เพราะถึงแม้จะค่อยดูบอลก็เหอะแต่ก็พอรู้มาว่าไทยเพิ่งชนะเวียดนามไป 3-0 นี่ก็เลยยิ้มสยามกลับไปแล้วก็รีบออกมาจากตรงนั้นเพื่อรอการกลับมาใหม่ในอีกชั่วโมงครึ่ง เดินมาเพื่อจะหาที่พักก็เลยตัดสินใจเข้าไปในสวนสัตว์ละกันแต่ไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าไปดูนะ แค่นักพักอยู่แถวๆก่อนจุดตรวจตั๋ว
ถึงเวลาบ่ายครึ่งจึงกลับมายังพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เพื่อซื้อตั๋ว ได้ตั๋วมาละเดินดูในพิพิธภัณฑ์จนเจอห้องที่เพิ่งเปิดพอดี เป็นห้องที่ใช้สำหรับโชว์หุ่นกระบอกน้ำ มีพนักงานนั่งอยู่ 2 คนจึงเข้าไปถามเรื่องรายละเอียด เค้าบอกว่าต้องรอให้คนดูอย่างน้อย 15 คนถึงจะแสดงได้ อ่อ งั้นก็ขอเข้าไปรอละกัน ไม่อยากเดินแล้ว แต่พอคุยไปเรื่อยๆเริ่มคุยกันไปเริ่มไม่รู้เรื่อง เพราะพี่พนักงานผู้หญิงบอกว่า you can sit white by ticket letter หืมมม คือไรอะ งง มีปายติดไว้ว่าราคา 35,000 VND กับ 50,000 VND เป็นภาษาเวียดนามอ่านไม่ออกแต่เดาว่าต่างชาติหรือผู้ใหญ่น่าจะ 50,000 ดอง หรือ ประมาณ 80 บาท โอเคซื้อ 2 ต่อค่าชมพิพิธภัณฑ์กับค่าชมหุ่นกระบอก โอเค เข้าใจได้ นี่ก็พยายามถามราคาเท่าไหร่เจรจากันอยู่นานด้วยท่าทีที่เริ่มหงุดหงิดของพนักงานและเจรจากันไม่รู้เรื่องสักที งั้นก็ยกธงขาวก่อนละกัน มานั่งพักรอคนอื่นเข้าไปค่อยตามไปอีกที แต่ก็กลัวคนเต็มอีกต้องรอนาน ประจวบกับมี รปภ เดินมาแถวนั้นพอดี จึงไปขอความช่วยเหลือจาก รปภ ว่าต้องทำยังไงถึงจะเข้าไปดูได้ รปภ ก็บอกว่าซื้อตั๋วแล้วก็เข้าไปดู นี่ก็บอกไปคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง จะซื้อเค้าไม่ให้ซื้อ พี่ รปภเลยพาไปที่โต๊ะขายตั๋ว พี่พนักงานผู้หญิงก็พูดประโยคเดิมอีก งงอีก นางจึงหยิบปากกาขึ้นมาเขียนด้วยประโยคที่ว่า you can sit wait buy ticket later อ่ออออออ อ๋ออออออ อย่างนี้นี่เอง wait เป็น white นี่ไปไกลเลยนะ เอาล่ะ เข้าใจตรงกันละ ไปนั่งรถคนมาละกัน ผ่านไป 15 นาที มีฝรั่ง 2 สาวมาตรงโต๊ะขายตั๋วพร้อมเจอกับประโยคที่พี่ผู้หญิงพูดกับเราเมื่อกี๊ ฝรั่งรู้เรื่องว่ะ เอ้า กูโง่เหรอเนี่ย แต่ฟังเป็น white จริงๆนะ ช่างเหอะ รอต่อไป เพราะยังไม่มีใครมาเพิ่ม ทางคณะหุ่นก็เปิดเพลงเป็นระยะๆ รอๆ แล้วก็รอ ฝรั่ง 2 สาวออกไปแล้ว เรา 2 คนยังคงรออยู่ รอๆๆ รอจนพูดขึ้นมาว่า เท ละกัน โอเค เท
 |
| ให้ฉันรอแล้วได้อะไร ให้ทนรอขอมากไปมั้ย บายจ่ะ หุ่นกระบอกน้ำ บายยยยยยยยย |
อกหักจากหุ่นกระบอกน้ำมาก็ถึงเวลาที่เราต้องเข้มแข็งและลุกขึ้นเดินต่อ ไป๊!! ลองเสิร์ชสนามบินใน map จากตรงนี้ดูซิ 8 กิโลจ้า เดินไม่ไหวโน๊ะ พับเรื่องเดินไว้ก่อน รถเมลล์ก็ไม่น่าจะผ่านทางนี้ ทางเดียวก็คือเดินกลับไปตรงตลาด Ben Tahn เพื่อขึ้นรถเมล์ จากที่นี่ไปตลาดก็ราว 4 กิโลได้ เอาล่ะกลับไปยืนที่เดิม back to basic กันเถอะ
กลับมายืนที่เดิม ที่ที่คืนคุ้นตา มาถึงก็ไม่รู้จะไปทางไหน สนามบินไปทางไหน ถามอีก ถามมมม เจอป้าตรงร้านขายของกำลังบอกทางนักท่องเที่ยวอยู่ ถามป้าต่อเลยละกัน ป้าบอกว่าให้เดินตรงไป นี่ก็เข้าใจว่าต้องไปรอตรงป้ายรถเมล์ไปถึงป้ายรถเมล์ก็ดูว่าไม่มีวี่แววรถจะมา กลับมาถามพี่ที่ขายของอีกคน เค้าบอกว่าน่าจะเป็นตรงที่มีรถเมล์เยอะตรงนู้น เดินหามาเรื่อยๆจนมาเจอเป็นเหมือนสถานีรถเมล์ จะเห็นป้ายสายรถเมล์ต่างๆซึ่งสายที่ไปสนามบินก็คือ 152 เจอป้าย 152 ละ เพื่อความแน่ใจลองถามน้องผู้หญิงน่าจะเป็น ม ปลาย ดูซิว่าใช่รถไปสนามบินรึเปล่า น้องไม่ตอบแต่มีพี่ผู้ชายที่นั่งถัดไปจากน้อง ตอบว่าใช่ โอเคขึ้นไม่ผิดแน่นอน ขึ้นไปก็มีกระเป๋ารถเมล์มาเก็บเงิน คนละ 5,000 ดอง หืม อาจจะฟังผิด ถามอีกครั้งหนึ่ง 5,000 ดอง 8 บาท ห่ะ 8 บาทเองเหรอ แล้วที่นั่งแท็กซี่จากสนามบินมานี่ล่ะ 800 ปกติถ้าเปรียบเทียบค่าแท็กซี่กับรถเมล์บ้านเรา แท็กซี่จะแพงกว่าประมาณ 10 เท่า แต่นี่ 100 เท่าเลยหรือ เลยฟรืออ่ะ เลยฟรืออออ โอเค ที่แล้วมาก็ขอให้แล้วกันไปโน๊ะ สงบสติอารมณ์ นั่งกินลมชมวิวต่อไปจนมาถึงสนามบิน แต่ก่อนรถจะเลี้ยวไปส่งในสนามบิน พี่ผู้ชายที่บอกว่า ใช่รถไปสนามบิน หันมายิ้มแล้วถามว่า จะไปสายการบินภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ ก็บอกไปนานาชาติเค้าก็เลยบอกว่าอย่าเพิ่งลง โอเคเชื่อพี่ จากนั้นพี่เค้าก็ถามต่อมาจากที่ไหน พี่ผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกัน(เพิ่งมาเจอกันก่อนจะขึ้น) เดาขึ้นมาก่อน ฟิลิปปินส์ ยังทันตอบ พี่เค้าก็เดาอีก ไทยแลนด์ ใช่ๆ ไทยแลนด์ พี่เค้าไม่ได้ถามไรต่อจนมาลงสนามบิน พี่เค้าก็ชวนคุยต่อ มาเวียดนามกี่วันแล้ว นี่บอก 3 วัน ถามว่าไปเป็นไงบ้าง ก็บอกไปอีกดี เมืองน่ารัก และก็ถามพี่เค้ากลับไปพี่จะไปไหน พี่เค้าบอกว่ามาเอารถอะไรสักอย่าง ต่างคนต่างรีบก็เลยไม่ทันไรมาก แล้วพี่เค้าก็ชี้ให้ว่าสายการบินระหว่างไปทางนี้ แล้วก็แยกย้าย จบทริป!
สรุปค่าใช้จ่าย 1 คน
ค่าเดินทาง (ระหว่างและในประเทศ)
ประมาณ 3,000 บาท
ค่าอาหาร (7 มื้อ + ของฝากเล็กน้อย)
ประมาณ 700 บาท
ค่าอื่นๆ (ค่าซิม ค่าเข้าชม ค่าโปสการ์ด )
ประมาณ 250 บาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น